 |
| หน้าแรก > ข่าวสารและกิจกรรม > กปภ.พันธมิตรของบริษัทฯ |
| |
 |
 |
|
 |
ข่าวประชาสัมพันธ์จาก กปภ. |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
 |
 |
 |
| ดาวน์โหลดโปรแกรม Adobe Acrobat Reader ได้ที่นี่ |
 |
 |
 |
 |
|
| |
|
1. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ยังคงเดินหน้าให้บริการเสริมแก่ลูกค้าผู้ใช้น้ำแบบเติมใจให้กัน หวังช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลรักษาระบบประปาภายในบ้านให้ถูกสุขอนามัยสำรวจความคิดเห็น และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กปภ.กับลูกค้าในพื้นที่ให้บริการทั่วประเทศ
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2548 ซึ่ง กปภ.มีนโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยกำหนดให้ CSR หรือ Corporate Social Responsibility เป็นหนึ่งในแผนงานประจำปีเพื่อปลูกจิตสำนึกพนักงาน กปภ. ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กปภ.จึงบูรณาการความต้องการของประชาชนกับความต้องการของ กปภ. ที่มุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขอนามัยที่ดีจากการใช้น้ำประปา โดยจัดทำ โครงการเติมใจให้กัน ซึ่งมุ่งเน้นด้านการพัฒนาการบริการให้ถูกใจลูกค้า ตามแนวคิด เติมน้ำใจใส่น้ำประปา โดยสำนักงานประปาทั่วประเทศ 228 สาขา จัดทีมบริการ ทีมค้นหาน้ำสูญเสีย ทีมซ่อมบำรุง และทีมประชาสัมพันธ์ เจียดเวลาส่วนหนึ่งออกไปเยี่ยมเยียนประชาชนเพื่อให้บริการช่วยเหลือลูกค้า ด้วยการตรวจสอบและซ่อมแซมระบบประปาภายในบ้านของลูกค้าให้ถูกสุขอนามัยโดยไม่คิคค่าแรง หากมีอุปกรณ์ชำรุดเสียหายลูกค้าจะจ่ายเพียงค่าอุปกรณ์เท่านั้น นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสที่ กปภ. จะได้สำรวจความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อนำกลับไปปรับปรุงและพัฒนาการบริการให้ถูกใจลูกค้ายิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นโอกาสที่ กปภ. จะได้ให้คำแนะนำในเรื่องการใช้น้ำประปาอย่างรู้คุณค่า ใช้น้ำอย่างประหยัด พร้อมตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบประปาให้แก่ประชาชนในชุมชนด้วย
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปี 2551 สำนักงานประปา 134 สาขาได้ออกไปให้บริการเสริมดังกล่าวให้แก่ลูกค้าตามโครงการเติมใจให้กันแล้วรวม 67,799 ครัวเรือน และจะดำเนินโครงการเติมใจให้กันในทุกพื้นที่บริการของสำนักงานประปาในสังกัดทั่วประเทศต่อไป ทั้งนี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่าง กปภ. กับลูกค้า ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเอื้ออาทรที่สังคมไทยพึงมีให้แก่กันอย่างต่อเนื่อง
|
| |
|
2. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) วางท่อประปาเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกัน (Cluster) ระหว่างสำนักงานประปาเชียงใหม่กับสำนักงานประปาแม่ริมเพื่อแก้ปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้น้ำในพื้นที่จ.เชียงใหม่
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานประปาเชียงใหม่ เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดิบในช่วงฤดูแล้งประกอบกับในพื้นที่ให้บริการมีการขยายตัวของชุมชนอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังต้องส่งจ่ายน้ำประปาให้กับสำนักงานประปาสันกำแพง จึงส่งผลให้ปริมาณน้ำประปาที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของลูกค้าประชาชน กปภ.จึงได้แก้ไขปัญหาด้วยการใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการประปาแบบกลุ่มเครือข่าย (Cluster) คือ การจัดการให้ท่อส่งจ่ายน้ำมีการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันระหว่างสำนักงานประปาเชียงใหม่ สำนักงานประปาแม่ริม และสำนักงานประปาสันกำแพง โดยขณะนี้ กปภ. ได้ใช้งบประมาณ 5 ล้านบาทจัดทำระบบการวางท่อประปาเชื่อมเพื่อรับน้ำประปาจากสำนักงานประปาแม่ริมในอัตราวันละ 1,920 ลบ.ม. ความยาวท่อประมาณ 1,000 เมตร เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทำให้ปัจจุบันสำนักงานประปาเชียงใหม่สามารถให้บริการน้ำประปาแก่ลูกค้าประชาชนได้เพิ่มขึ้น ส่วนการวางท่อประปาเชื่อมระหว่างสำนักงานประปาเชียงใหม่ไปยังสำนักงานประปาสันกำแพงนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำแบบและประมาณการ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2552 ทั้งนี้ ในอนาคต กปภ. จะวางท่อประปาเชื่อมจากสำนักงานประปาลำพูนเพื่อส่งจ่ายน้ำประปาไปยังสำนักงานประปาเชียงใหม่ที่ อ.สารภี และ อ.สันป่าตอง อีกด้วย
|
| |
|
3. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มภายในโรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) ตามโครงการนำร่องการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่บริการทั่วประเทศ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่ม พบมีสารตะกั่วปนเปื้อนในตู้น้ำดื่มเกินมาตรฐานกำหนด
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ตามที่ กปภ. ได้จัดทำโครงการนำร่องตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มของโรงเรียนที่ใช้น้ำประปาของ กปภ. ในพื้นที่ให้บริการของสำนักงานประปาเขต 1-10 อย่างน้อยเขตละ 1 โรงเรียน เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนในพื้นที่บริการมีสุขภาพอนามัยที่ดี ปลอดภัยจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับน้ำดื่ม โดย กปภ. จะเก็บตัวอย่างน้ำดื่มที่ผ่านออกมาจากตู้น้ำดื่ม ตู้แช่น้ำเย็น รวมทั้งจากเครื่องกรองน้ำภายในโรงเรียน มาตรวจสอบวิเคราะห์หาสารปนเปื้อน ทั้งคุณภาพน้ำด้านกายภาพ เคมี โลหะหนัก และแบคทีเรีย หากพบความผิดปกติ กปภ. จะเข้าไปดำเนินการแก้ไข ล่าสุด กปภ. ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มภายในโรงเรียนหินกอง (พิบูลอนุสรณ์) อ.หนองแค จ.สระบุรี พบว่า ตัวอย่างน้ำประปาทั้งก่อนและหลังผ่านเครื่องกรองน้ำของโรงเรียนมีคุณภาพน้ำด้านกายภาพ เคมี แบคทีเรีย โลหะหนัก อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำประปาของ กปภ. แต่ตัวอย่างน้ำจากตู้น้ำดื่มตรวจสอบพบว่า มีสารตะกั่วเจือปนอยู่เกินมาตรฐานที่กำหนด กปภ.จึงได้เสนอแนะให้โรงเรียนงดใช้ตู้น้ำดื่มดังกล่าว และตรวจสอบว่าใช้ตะกั่วในการบัดกรีหรือไม่ ถ้าใช้ให้เปลี่ยนวัสดุที่ใช้ในการบัดกรีหรือเปลี่ยนตู้น้ำดื่มใหม่
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ.ตระหนักถึงคุณค่าของเยาวชนไทยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศว่า จะเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศจึงได้ริเริ่มโครงการนำร่องตรวจสอบคุณภาพน้ำดื่มของโรงเรียนภายในพื้นที่บริการทั่วประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อสังคมของ กปภ. ที่มีเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง กปภ.จะขยายผลไปดำเนินงานในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป
|
| |
|
4. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เผยได้วางแนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่เกาะสมุยไว้แล้ว ด้วยการจัดซื้อที่ดินเพื่อขุดสระเพิ่มน้ำดิบอีก 500,000 ลบ.ม. และเตรียมก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาจากน้ำทะเล (R.O.) ขนาด 2,400 ลบ.ม./วัน เพิ่มอีกหนึ่งแห่งที่บริเวณพรุกระจูด อ.เกาะสมุย รวมทั้งแผนวางท่อส่งน้ำประปาจาก
จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ ซึ่งช่วงฤดูแล้งมักประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวบนเกาะสมุย ที่ผ่านมา กปภ.ได้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำบนเกาะสมุยมาโดยตลอด ด้วยการปรับปรุงระบบผลิตเดิมที่น้ำตกหินลาดจาก 6,000 ลบ.ม./วัน เป็น 10,800 ลบ.ม./วัน ติดตั้งระบบผลิตน้ำแบบเคลื่อนที่ หรือ Mobile Plant ขนาดกำลังผลิต 3,000 ลบ.ม./วัน ที่พรุเฉวง ควบคู่กับการซื้อน้ำ R.O. จากเอกชน การแก้ปัญหาดังกล่าวทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจและหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเท่าตัว คาดการณ์ว่าอีกไม่นานปริมาณน้ำดิบที่มีอยู่บนเกาะสมุยก็จะเริ่มไม่เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเตรียมการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กปภ.จึงได้จัดซื้อที่ดินบริเวณพรุกระจูดเพิ่มอีกประมาณ 60 ไร่ เพื่อขุดสระเพิ่มน้ำดิบอีก 500,000 ลบ.ม. ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดหาตัวผู้รับจ้าง รวมทั้งได้จัดสรรงบประมาณปี 2551 จำนวน 133 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาจากน้ำทะเล (R.O.) ขนาดกำลังผลิต 2,400 ลบ.ม./วัน ที่บริเวณพรุกระจูด ซึ่งขณะนี้ได้ตัวผู้รับจ้างและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กปภ.เรียบร้อยแล้ว อยู่ในระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ การผลิตน้ำประปาด้วยระบบ R.O. ครั้งนี้ กปภ.จะดำเนินการเองทั้งหมด สำหรับแผนงานระยะยั่งยืนโดยการวางท่อส่งน้ำดิบจากแผ่นดินใหญ่มายังเกาะสมุยโดยใช้งบประมาณ 2,500 ล้านบาท และ ก่อสร้างระบบประปาที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขนาดกำลังผลิต 48,000 ลบ.ม./วันนั้น อยู่ในระหว่างพิจารณาจัดหางบประมาณเพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการหากแผนงานระยะยั่งยืนเป็นไปได้เกาะสมุยก็จะไม่มีความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนน้ำอีกต่อไป
|
| |
|
5. |
หน่วยบริการหนองบัวโคกสำนักงานประปาบำเหน็จณรงค์ เพิ่มเวลาจ่ายน้ำประปาเพื่อบริการประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2551 ภายหลังน้ำดิบในอ่างเก็บน้ำชลประทานหนองบัวโคกมีปริมาณเพิ่มขึ้น ขณะที่โครงการวางท่อส่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำดิบอย่างถาวรเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วคาดว่าจะพร้อมให้บริการประมาณเดือนธันวาคม 2551
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า ตามที่ สำนักงานประปาบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตเป็นน้ำประปา และจำเป็นต้องจ่ายน้ำประปาเป็นเวลาแก่ผู้ใช้น้ำในพื้นที่ของหน่วยบริการหนองบัวโคกตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2551 ควบคู่กับการใช้รถยนต์บรรทุกน้ำประปาจากหน่วยบริการบ้านเพชรไปเติมลงถังน้ำใสของหน่วยบริการหนองบัวโคกเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ลูกค้าในพื้นที่นั้น เนื่องจากขณะนี้น้ำดิบในอ่างเก็บน้ำชลประทานหนองบัวโคกมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 ลบ.ม. ทำให้สามารถผลิตน้ำประปาได้เพิ่มขึ้น สำนักงานประปาบำเหน็จณรงค์จึงขอเพิ่มเวลาและปริมาณการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หน่วยบริการหนองบัวโคกจากเดิมที่มีการจ่ายน้ำระหว่างเวลา 15.00 - 20.00 น. เป็นจ่ายน้ำระหว่างเวลา 6.00 - 20.00 น. และขอหยุดการใช้รถยนต์บรรทุกน้ำประปาจากหน่วยบริการบ้านเพชร ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สำนักงานประปาบำเหน็จณรงค์ ขอให้ลูกค้าในเขตเทศบาลตำบลหนองบัวโคกและพื้นที่ใกล้เคียง โปรดสำรองน้ำประปาไว้ใช้ในช่วงเวลาที่มีการหยุดจ่ายน้ำ
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดิบในพื้นที่อย่างถาวร กปภ.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 16 ล้านบาท เพื่อวางท่อส่งน้ำประปาระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร จากปลายท่อจ่ายน้ำบริเวณบ้านหัวทะเลของหน่วยบริการบ้านเพชรไปเชื่อมต่อกับท่อส่งน้ำของหน่วยบริการหนองบัวโคก ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้างคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถให้บริการ แก่ลูกค้าและประชาชนได้ประมาณเดือนธันวาคม 2551
|
| |
|
6. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มุ่งขยายพื้นที่น้ำประปาดื่มได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ร่วมกับกรมอนามัย และ จ.หนองบัวลำภู จัดพิธีประกาศรับรองให้พื้นที่ในเขตบริการจ่ายน้ำของหน่วยบริการนากลาง สำนักงานประปาหนองบัวลำภู เป็นพื้นที่ให้บริการน้ำประปาดื่มได้แห่งที่ 109 ในวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลนากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า ตามที่ กปภ. กระทรวงมหาดไทย และกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข ประสานนโยบายร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ โดยจัดทำโครงการน้ำประปาดื่มได้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งมุ่งเน้นการตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาที่ไหลผ่านระบบท่อให้มีมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย และสามารถดื่มได้จากก๊อกโดยตรง ล่าสุด กปภ. ร่วมกับกรมอนามัย และ จ.หนองบัวลำภู ได้ประกาศให้เขตพื้นที่จ่ายน้ำของหน่วยบริการนากลาง สำนักงานประปาหนองบัวลำภู เป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แห่งที่ 109 ในวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.30 น. ณ ลานอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลนากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู โดยมีผู้ว่าการ กปภ. ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู และผู้แทนอธิบดีกรมอนามัย ร่วมในพิธี พร้อมกันนี้ยังได้ติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มฟรีไว้ให้บริการประชาชนจำนวน 4 จุด คือ บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลนากลาง บริเวณที่ว่าการอำเภอนากลาง บริเวณโรงพยาบาลนากลาง และบริเวณหน้าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) อ.นากลาง รวมทั้งได้มีการจัดนิทรรศการโครงการน้ำประปาดื่มได้เพื่อให้ความรู้แก่ผู้มาร่วมงาน และประชาชนทั่วไป
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มได้ครั้งนี้ครอบคลุมเขตเทศบาลตำบลนากลาง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู และหลังการประกาศพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แล้ว กปภ.จะยังคงเฝ้าระวังคุณภาพน้ำรวมถึงการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการยืนยันถึงคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ของหน่วยบริการนากลาง สำนักงานประปาหนองบัวลำภู โดย กปภ.ต้องขอความร่วมมือจากลูกค้าให้ช่วยกันดูแลรักษาระบบท่อประปาและอุปกรณ์ประปาภายในบ้านให้สะอาดปลอดภัยอยู่เสมอด้วย
|
| |
|
7. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมกับกรมอนามัย และ จ.กาญจนบุรี จัดพิธีประกาศรับรองให้พื้นที่ในเขตบริการจ่ายน้ำของสำนักงานประปาพนมทวน เป็นพื้นที่บริการน้ำประปาดื่มได้แห่งที่ 108 ในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า กปภ.ในฐานะรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินโครงการน้ำประปาดื่มได้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำประปาที่ไหลผ่านระบบท่อให้มีมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย และสามารถดื่มได้จากก๊อกโดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงที่ กปภ.ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานมาโดยตลอด ปัจจุบัน กปภ.มีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มได้รวมแล้ว 107 แห่งทั่วประเทศ ล่าสุด กปภ. ร่วมกับกรมอนามัย และ จ.กาญจนบุรี จัดพิธีประกาศรับรองให้พื้นที่บริการของสำนักงานประปาพนมทวน ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ในเขตเทศบาลตำบลพนมทวน เทศบาลตำบลรางหวาย อบต.พนมทวน อบต.ดอนตาเพชร อบต.รางหวาย อบต.จรเข้สามพัน อบต.หนองโรง และ อบต.ทุ่งสมอ เป็นพื้นที่น้ำประปาดื่มได้แห่งที่ 108 ของ กปภ.ในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม 2551 เวลา 10.00 น. ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โดยมีรองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ 4) กปภ. นายอำเภอพนมทวน และผู้แทนอธิบดีกรมอนามัย ร่วมในพิธี ทั้งนี้ สำนักงานประปาพนมทวนได้ติดตั้งจุดบริการน้ำดื่มฟรีไว้ให้บริการประชาชนรวม 2 จุด ได้แก่ บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.พนมทวน และบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการยืนยันคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ของสำนักงานประปาพนมทวน กปภ.จะยังคงเฝ้าระวังคุณภาพน้ำรวมถึงการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในพื้นที่ดังกล่าวต่อไปอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กปภ.ต้องขอความร่วมมือจากลูกค้าผู้ใช้น้ำให้ตรวจสอบระบบท่อประปาและอุปกรณ์ประปาภายในบ้านให้สะอาดปลอดภัยอยู่เสมอด้วย
|
| |
|
8. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) จัดสรรงบประมาณกว่า 145 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่ จ.ชลบุรี อย่างเร่งด่วน เผยเตรียมกู้พันธบัตรอีก 2,200 ล้าน สำหรับแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กปภ.จะดำเนินการเองทั้งหมด
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ จ.ชลบุรี ได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของชุมชน ส่งผลให้ปริมาณน้ำประปาที่ผลิตได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของประชาชน ที่ผ่านมา กปภ. ได้พยายามดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ให้แก่ลูกค้าและประชาชน แต่ก็ยังไม่ทันกับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน คณะกรรมการ กปภ.ที่มี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็นประธานกรรมการ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสภาพปัญหาเมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน 2551 และมีมติอนุมัติให้สำนักงานประปาชลบุรีเร่งผลิตน้ำประปาเพิ่มขึ้นวันละ 24,000 ลบ.ม. เพื่อส่งจ่ายให้แก่ลูกค้าประชาชน และ ได้จัดสรรงบประมาณ 31.47 ล้านบาท สำหรับลงทุนวางท่อจ่ายน้ำและก่อสร้างสถานีจ่ายน้ำบางทราย (บริเวณวิทยาลัยพละศึกษาชลบุรี) เพื่อรองรับการส่งจ่ายน้ำประปาที่ผลิตเพิ่มขึ้นไปยังครัวเรือนต่างๆ ซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำประปาไม่ไหลในพื้นที่เทศบาลตำบลคลองตำหรุ, หนองไม้แดง, บางทราย, ดอนหัวฬ่อ และนาป่าได้
นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรงบประมาณ 37.24 ล้านบาท สำหรับก่อสร้างปรับปรุงระบบผลิตน้ำของโรงกรองน้ำบางพระ 1 จากเดิมที่มีกำลังผลิต 72,000 ลบ.ม./วัน ให้เพิ่มขึ้นเป็น 84,000 ลบ.ม./วัน และจัดสรรงบประมาณอีก 76.60 ล้านบาท สำหรับวางท่อจ่ายน้ำจากโรงกรองน้ำบางพระ 1 ไปยังสถานีจ่ายน้ำบางแสน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำประปาขาดแคลนบริเวณเทศบาลเมืองแสนสุข และเทศบาลตำบลอ่างศิลา ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยแก้ปัญหา น้ำประปาไหลอ่อนหรือไม่ไหลในพื้นที่ชุมชนเขาน้อยทั้งหมด
นายชวลิต สารันต์ เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า เพื่อให้การแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปาของชาวชลบุรีเป็นไปอย่างยั่งยืน คณะกรรมการ กปภ.ยังมีมติให้ กปภ. กู้เงินพันธบัตรรัฐบาลจำนวน 2,200 ล้านบาท สำหรับดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงระบบผลิตน้ำประปาของสำนักงานประปาชลบุรี สำนักงานประปาแหลมฉบัง และสำนักงานประปาพัทยา ให้มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอีกวันละ 48,000 ลบ.ม. 60,000 ลบ.ม. และ 84,000 ลบ.ม ตามลำดับ โดยเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยให้ กปภ. มีกำลังผลิตมากเพียงพอสำหรับส่งจ่ายให้บริการแก่ลูกค้าประชาชนในพื้นที่ได้อย่างทั่วถึงไปจนถึงปี 2560 ทั้งนี้ กปภ. จะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด โดยไม่มีการปรับค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้น
|
| |
|
9. |
ข่าวประกาศสำนักงานประปาสมุทรสาคร เรื่องขอหยุดจ่ายน้ำประปาเป็นการชั่วคราว
ด้วยการประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานประปาสมุทรสาคร จะทำการทดสอบท่อเพื่อตรวจหา
การรั่วไหลของท่อจ่ายน้ำ เป็นเหตุให้น้ำประปาไม่ไหล หรือไหลอ่อนในบางพื้นที่ ตามวัน เวลา ดังนี้
1. คืนวันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2551 เวลา 24.00 น.- 03.00 น. ไม่ไหลทั่วพื้นที่จ่ายน้ำประปา
ของสำนักงานประปาสมุทรสาคร ยกเว้นซอยแคราย
2. คืนวันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2551 เวลา 24.00น. – 03.00 น. ไม่ไหลบริเวณถนนเอกชัยขาออกจากหน้าวัดโพธิแจ้ถึงคลองสี่วา
3. คืนวันพุธที่ 2 กรกฏาคม 2551 เวลา 24.00 น. – 03.00 น. ไม่ไหลบริเวณถนนพระราม 2 ต.พันท้ายนรสิงห์ จากมหาชัยเมืองใหม่ถึงทางเข้าเมืองสมุทรสาคร และไหลอ่อนบริเวณ ต.โคกขาม, ต.นาดี และ ต.คอกกระบือ
4. คืนวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 เวลา 24.00 น. – 03.00 น. น้ำไม่ไหลบริเวณ ม.5 ม.6 และม.7 ต.ท่าทราย, ต.บางหญ้าแพรก, ต.บางกระเจ้า, ต.บ้านบ่อ, ต.บางโทรัด, ต.กาหลง, และต.ชัยมงคล น้ำไหลอ่อน ต.นาดี, ต.โคกขาม,ต.คอกกระบือ และต.พันท้ายนรสิงห์
5. คืนวันอังคารที่ 15 กรกฏาคม 2551 เวลา 24.00 น. – 03.00 น. ไม่ไหลบริเวณถนนแคราย
ถึงบางบอน
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการ, โรงงานอุตสาหกรรม และประชาชนผู้ใช้น้ำ
ได้ทราบโดยทั่วกัน และจัดเตรียมภาชนะกักเก็บน้ำประปาไว้ใช้ในช่วงเวลาหยุดจ่ายน้ำประปา
ดังกล่าวด้วยหากสำนักงานประปาสมุทรสาครดำเนินการแล้วเสร็จจะทำการเปิดจ่ายน้ำประปาบริการ
โดยทันที และขออภัยมา ณ โอกาสนี้
จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
สำนักงานประปาสมุทรสาคร
การประปาส่วนภูมิภาค
|
| |
|
10. |
ประกาศการประปาส่วนภูมิภาคเรื่องรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งเป็นพนักงาน กปภ.
ตามที่ กปภ. ได้มีประกาศฉบับลงวันที่ 28 เมษายน 2551 เรื่อง รับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงาน กปภ. นั้น
บัดนี้ ได้ครบกำหนดการรับสมัครสอบคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว จึงกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบ ระเบียบเกี่ยวกับการสอบ แนวข้อสอบและรายชื่อผู้มีสิทธิสอบคัดเลือก (สามารถดูรายละเอียดข้อมูลใน WWW.pwa.co.th)
|
| |
|
11. |
ข่าวกปภ.ร่วมประชุมมอบนโยบายภายใต้บันทึกข้อตกลงบูรณาการภารกิจ รุ่นที่ 4
วันนี้ (13 มิถุนายน 2551) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมประชุมสัมมนาชี้แจงนโยบายและแนวทางการดำเนินงานขององค์กรส่วนท้องถิ่น ภายใต้บันทึกข้อตกลงการบูรณาการภารกิจของ 4 หน่วยงาน รุ่นที่ 4 ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมมอบน้ำดื่มบรรจุขวดจำนวน 20,000 ขวด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีสในประเทศพม่า โดยมีนายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้มอบ
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551 การประปาส่วนภูมิภาค กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมการพัฒนาชุมชน ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงการบูรณาการภารกิจ ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายสุพล ฟองงาม) ซึ่งกำหนดให้ 4 หน่วยงานร่วมกันบูรณาการภารกิจและกระบวนการทำงานในระดับจังหวัดบนฐานคิดแบบองค์รวม พร้อมทั้งน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา " เพื่อพัฒนารูปแบบการบริการประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในการนี้กปภ.จึงได้เข้าร่วมโครงการประชุมสัมมนาชี้แจงนโยบายและแนวทางการดำเนินงานขององค์กรส่วนท้องถิ่นภายใต้การส่งเสริมสนับสนุนจากทั้ง 4 หน่วยงาน ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดขึ้นรวม 5 รุ่น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมสนองตอบความต้องการของประชาชน และสร้างประโยชน์สุขอย่างยั่งยืนให้กับท้องถิ่นและประเทศชาติ ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2551 กปภ.ได้จัดส่งผู้อำนวยการสำนักงานประปาเขต 9 และ 10 ตลอดจนผู้จัดการประปาระดับจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งสิ้น 19 คน เข้าร่วมการประชุมสัมมนาฯ รุ่นที่ 4 ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมี นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานการประชุมและเป็นประธานพิธีมอบน้ำดื่มบรรจุขวดของ กปภ.จำนวน 20,000 ขวด ให้กับจังหวัดเชียงใหม่เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีสในประเทศพม่า
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ.รู้สึกยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ความรู้แก่ชุมชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการให้มีน้ำสะอาดอย่างเพียงพอเพื่อสุขอนามัยที่ดีของประชาชนและสนับสนุนการขยายเขตจำหน่ายน้ำประปาในพื้นที่รับผิดชอบให้ทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ กปภ.ในการให้บริการน้ำประปาที่สะอาด ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล
|
| |
|
12. |
ข่าวดี! ระบบผลิตน้ำคลอง 13 พร้อมเปิดให้บริการชาวรังสิตเริ่มเดือนมิ.ย.51
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เผยโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาใหม่ขนาดวันละ 48,000 ลบ.ม. ที่บริเวณคลอง 13 อ.ธัญบุรีแล้วเสร็จ พร้อมให้บริการแก่ผู้ใช้น้ำตั้งแต่คลอง 6 - 13 ฝั่งธัญบุรีและ ลำลูกกา ต้นเดือนมิถุนายน 2551
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอต่อความต้องการในพื้นที่ปทุมธานี รังสิตโดยมีสาเหตุมาจากชุมชนย่านปทุมธานี รังสิตมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนั้น กปภ.ได้เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานประปารังสิตได้ติดตั้งระบบผลิตน้ำประปาแบบเคลื่อนที่ (Mobile Plant) ขนาดกำลังผลิตวันละ 7,000 ลบ.ม. รวมทั้งซื้อน้ำประปาเพื่อจ่ายบริการเพิ่มขึ้นอีกวันละ 20,000 ลบ.ม. ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณปลายเส้นท่อมีน้ำประปาใช้อย่างพอเพียง สำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน กปภ.ได้ก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาใหม่ขนาดกำลังผลิตวันละ 48,000 ลบ.ม. ณ บริเวณคลอง 13 อ.ธัญบุรี ควบคู่กับการวางท่อส่งจ่ายน้ำความยาว 15 ก.ม.เพิ่มเติมในพื้นที่เทศบาลเมืองธัญบุรี เทศบาลตำบลหนองเสือ เทศบาลตำบลลำไทร ชุมชนรอบนอก ชุมชนเลียบคลอง 13 ชุมชนถนนลำลูกกา-ลำไทรและบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมให้บริการประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณตั้งแต่คลอง 6 -13 ฝั่งธัญบุรีและ ลำลูกกา ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการรองรับความต้องการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต กปภ.จะเพิ่มกำลังการผลิตอีกวันละ 50,000 ลบ.ม. เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่จนถึงปี 2555
|
| |
|
13. |
กปภ.รุกแผนพัฒนาระบบประปาให้จุฬาฯ สระบุรี
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เตรียมแผนพัฒนาระบบประปาและวางท่อส่งจ่ายน้ำให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี และชุมชนใกล้เคียง พร้อมให้บริการน้ำประปาที่สะอาดอย่างเพียงพอและทั่วถึง
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า จากการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีแผนพัฒนาที่ดินในพื้นที่อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อก่อสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี นั้น กปภ.ได้ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยได้วางแผนพัฒนาระบบประปาและวางท่อส่งจ่ายน้ำให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี และชุมชนใกล้เคียง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านการบริการน้ำประปารองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าว แผนงานเบื้องต้น แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ แผนงานระยะสั้น (5 ปี) ใช้งบประมาณ 31 ล้านบาท วางท่อส่งจ่ายน้ำขนาด 300 มม. จากระบบผลิตน้ำมวกเหล็ก บริเวณสำนักงานประปาเขต 2 ไปยังสถานที่ก่อสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี ระยะทางรวมประมาณ 10.50 กิโลเมตร สามารถจ่ายน้ำวันละ 2,400 ลบ.ม. ให้บริการผู้ใช้น้ำได้ประมาณ 9,000 คน ขณะนี้ ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2552 สำหรับแผนงานระยะยาว นั้น หากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี มีความต้องการใช้น้ำมากกว่าวันละ 2,400 ลบ.ม. สำนักงานประปาเขต 2 มีแนวทางดำเนินการ 2 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่ 1 ก่อสร้างระบบผลิตน้ำแห่งใหม่ขนาดวันละ 4,800 ลบ.ม. บริเวณใกล้ๆ กับแม่น้ำป่าสักแล้วส่งน้ำไปลงถังน้ำใสของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี ใช้งบประมาณ 107 ล้านบาท ทางเลือกที่ 2 ก่อสร้างโรงสูบน้ำแรงต่ำริมแม่น้ำป่าสักและวางท่อน้ำดิบไปที่ระบบผลิตน้ำแห่งใหม่ขนาดกำลังผลิตวันละ 4,800 ลบ.ม. ก่อสร้างในบริเวณที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี ใช้งบประมาณ 89 ล้านบาท สามารถให้บริการผู้ใช้น้ำได้ประมาณ 18,000 คน
การพัฒนาระบบประปาเพื่อจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี ดังกล่าว สามารถให้บริการน้ำประปาแก่ผู้ใช้น้ำในพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี และชุมชนใกล้เคียง จ.สระบุรี ได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง โดย กปภ.มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการให้บริการน้ำสะอาดในการอุปโภคและบริโภคเพื่อรองรับการขยายตัวทางด้านการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สระบุรี
|
| |
|
14. |
ชาวภูเก็ตเฮ ระบบผลิตน้ำประปาบ้านบางโจพร้อมให้บริการ
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ล่าสุด โครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาบ้านบางโจ (บางเหนียวดำ) ขนาดกำลังผลิต 12,000 ลบ.ม. พร้อมให้บริการแก่ผู้ใช้น้ำใน ต.เชิงทะเล ต.เทพกษัตรี และ ต.กมลา จังหวัดภูเก็ต
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศที่ กปภ.ต้องเฝ้าระวังในเรื่องการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อผลิตเป็นน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะทำให้น้ำจืดมีจำกัด ทั้งนี้ กปภ.ต้องวางแผนทั้งระยะสั้นระยะยาวให้สอดคล้องกับอัตราการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ที่ผ่านมาสำนักงานประปาภูเก็ตได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 ด้วยการรับซื้อน้ำประปาที่ผลิตจากน้ำทะเลด้วยระบบ Reverse Osmosis (R.O.) จากเอกชนเพิ่มขึ้นวันละ 12,000 ลบ.ม.รวมทั้งดำเนินโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาบ้านบางโจ (บางเหนียวดำ) ขนาดกำลังผลิตวันละ 12,000 ลบ.ม.โดยรับน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำของกรมชลประทาน ขนาดความจุ 7.2 ล้าน ลบ.ม.ควบคู่กับการวางท่อส่งน้ำดิบและท่อจ่ายน้ำประปารวมระยะทาง 36.8 กิโลเมตร ล่าสุดโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมให้บริการประชาชนในพื้นที่ ต.เชิงทะเล ต.เทพกษัตรี อ.ถลาง และ ต.กมลา อ.กะทู้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 โดยระยะแรก ระบบผลิตน้ำประปาดังกล่าวจะรับน้ำดิบจากขุมเหมืองหม่าหนิกและขุมเหมืองฮิตเลอร์เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำประปา จนกว่าอ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำของกรมชลประทานจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2551
|
| |
|
15. |
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เผยปริมาณความต้องการใช้น้ำของประชาชนและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพิ่มสูงขึ้น จึงทุ่มงบประมาณ 1,390 ล้านบาท ปรับปรุงขยายระบบประปาเพิ่มอีก 100,000 ลบ.ม./วัน คาดแล้วเสร็จปี 2553
นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้หน่วยงานในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ยุติการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากแผ่นดินทรุดตัวนั้นปรากฏว่าปัจจุบันผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ได้หันมาใช้น้ำประปาจาก กปภ. แทน เพื่อสนองนโยบายแก้ปัญหาแผ่นดินทรุดตัวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งการปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำผิวดินของ กปภ. ดังกล่าว ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำประปาในพื้นที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2550 ปริมาณน้ำประปาของสำนักงานประปาสมุทรสาครและที่รับซื้อมาจากบริษัทน้ำประปาไทย ในสัดส่วน 100,000 ลบ.ม./วัน เริ่มมีปริมาณไม่เพียงพอ กปภ. จึงเตรียมพร้อมรับมือด้วยการจัดสรรงบประมาณปี 2550 จำนวน 1,390 ล้านบาท ก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปาของสำนักงานประปาสมุทรสาคร เพื่อผลิตน้ำประปาเพิ่มขึ้นอีก 100,000 ลบ.ม./วัน ใช้แหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำแม่กลอง และสูบน้ำดิบมาผลิตน้ำประปาที่สถานีผลิตน้ำแห่งใหม่บริเวณ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี แล้วจึงส่งน้ำประปาผ่านระบบส่งน้ำระยะทางประมาณ 60 กม. มายังพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าของสำนักงานประปาสมุทรสาคร ขณะนี้เริ่มก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกันยายน 2553
นายชวลิต สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงขยายระบบประปาของสำนักงานประปาสมุทรสาครนับเป็นการขยายโอกาสให้ประชาชนและผู้ประกอบการในเขตพื้นที่ อ.เมืองสมุทรสาคร และ อ.กระทุ่มแบน ซึ่งประกอบด้วย เทศบาล ต.บางปลา และพื้นที่บางส่วนของเทศบาลนครสมุทรสาคร รวมถึงพื้นที่รอบนอกเขตเทศบาล รวม 11 ตำบล ได้ใช้น้ำประปาที่มีคุณภาพ และมีปริมาณมากเพียงพอกับความต้องการใช้น้ำประปาทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม
|
| |
|
 |
กปภ.พันธมิตรของบริษัทฯ |
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
|
| |
 |
| |
|
| |
|