หน้าแรก > รู้จักเรา > หลักการกำกับดูแลกิจการ
 
สารจากประธานกรรมการ
   
 
คณะกรรมการบริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการที่จะกำกับดูแล การดำเนินกิจการของบริษัทฯ ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ เพื่อมุ่งหวังให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น ในขณะเดียวกัน ก็คำนึงถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้น จึงได้รวบรวมและนโยบายและหลักการเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี จัดทำเป็นเอกสาร “หลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน)” ขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการบริษัท จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการที่จะปฏิบัติตามหลักการที่กำหนดไว้ในเอกสารฉบับนี้อย่างเคร่งครัด พร้อมกับจะทบทวนและติดตามการพัฒนาเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้หลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลา

คณะกรรมการบริษัท หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การกำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ในครั้งนี้ จะสร้างความมั่นใจและความไว้วางใจให้กับผู้ถือหุ้นทุกราย รวมทั้งนักลงทุนและประชาชนทั่วไป ในอันที่จะบรรลุเจตนารมณ์และความมุ่งหวังที่กล่าวข้างต้น
 
  นายปลิว ตรีวิศวเวทย์
ประธานกรรมการ
กรกฎาคม 2549
 
หลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน)
   
 
1. หลักการและเหตุผล 2. นโยบายการกำกับดูแลกิจการ 3. คณะกรรมการบริษัท
4. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น 5. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย 6. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
7. การควบคุมและการตรวจสอบภายใน 8. การบริหารความเสี่ยง 9. จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจ และ
     จริยธรรมของพนักงาน
         
 
 
1. หลักการและเหตุผล
 
เพื่อให้การกำกับดูแลการดำเนินกิจการของ บริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) เป็นไปด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อันจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น พร้อมไปกับการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จึงสมควรกำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ตลอดจนพนักงานทุกระดับชั้นได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
อย่างเคร่งครัด
 
2. นโยบายการกำกับดูแลกิจการ
 
2.1 คณะกรรมการบริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการของบริษัทฯ ในระยะยาว โดยจะกำกับดูและและดำเนินงานด้วยความรอบคอบ
      และระมัดระวังตามกำลังความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น พร้อมกับดูแลมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์
      โดยรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำในฐานะกรรมการของคณะกรรมการบริษัท

2.2 คณะกรรมการบริษัทจะปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

2.3 คณะกรรมการบริษัทจะดำเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยจะเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน  และทันเวลา
      แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

2.4 คณะกรรมการบริษัทจะดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความเสี่ยงอยู่เสมอ โดยจะดำเนินการให้มีการควบคุมและบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

2.5 คณะกรรมการบริษัทจะจัดให้มีจรรยาบรรณในการปฏิบัติงานสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน โดยคณะกรรมการบริษัทจักต้อง
      เป็นตัวอย่างเกี่ยวกับจรรยาบรรณ รวมถึงปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้บริหารและพนักงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ
 
3. คณะกรรมการบริษัท
 
3.1 องค์ประกอบ คุณสมบัติ และการแต่งตั้ง
 
  1. คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 15 คน โดยมีกรรมการที่มิได้เป็นผู้บริหารของบริษัทฯ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และมีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 3 คน หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมดอย่างใดอย่างหนึ่งที่มากกว่า

  2. กรรมการมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด โดยมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 3 ปี

  3. การแต่งตั้งกรรมการต้องมีความโปร่งใส โดยเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามหลักเกณฑ์และกระบวนการที่กำหนดขึ้นโดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน โดยเสนอชื่อบุคคลพร้อมประวัติเพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นกรรมการผ่านคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริษัท พิจารณานำเสนอขอรับการอนุมัติแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ กระบวนการสรรหาดังกล่าว รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกได้ด้วย
 
3.2 ความเป็นอิสระ
 
  1. คณะกรรมการบริษัท ต้องมีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์อันเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ กับมีความเป็นอิสระในการที่จะแสดงความคิดเห็น พิจารณา ลงความเห็นและตัดสินใจ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และของผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ

  2. เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ภายใต้การนำของประธานกรรมการสามารถกำกับดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้ประธานกรรมการไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการ

  3. นอกเหนือจากคุณสมบัติความเป็นอิสระที่กรรมการอิสระต้องมีตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัทฯ ได้กำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมของกรรมการอิสระดังนี้

    1) ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 (หนึ่ง) ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม
        หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง

    2) ไม่เป็นลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษาที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม
         หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี
 
3.3 บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบ
 
  1. กำหนดให้มีการประชุมโดยปกติเป็นประจำอย่างน้อยทุก 3 เดือน โดยอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น พร้อมกับให้ฝ่ายบริหารจัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอให้คณะกรรมการบริษัททราบเป็นรายเดือน

  2. ในการประชุมแต่ละครั้ง จะกำหนดวาระการประชุมล่วงหน้าอย่างชัดเจนและจะส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมล่วงหน้าเป็นอย่างน้อย 10 วัน ก่อนการประชุม กับจะส่งเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมีเวลาศึกษาก่อนเข้าประชุม

  3. กรรมการที่อาจมีความเกี่ยวข้องหรืออาจมีส่วนได้ส่วนเสียในวาระการประชุมใดๆ ก็ตาม ต้องงดแสดงความคิดเห็น และงดออกเสียงในวาระนั้นๆ

  4. กรรมการที่มิได้เป็นผู้บริหารจะประชุมระหว่างกันเองปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการโดยไม่มีฝ่ายบริหารร่วมด้วย พร้อมกับแจ้งผลการประชุมให้กรรมการผู้จัดการได้ทราบด้วย

  5. จัดให้มีเลขานุการบริษัท เพื่อทำหน้าที่อำนวยการจัดการประชุมทั้งการประชุมผู้ถือหุ้นและการประชุมคณะกรรมการบริษัท รวมถึงคณะกรรมการชุดย่อย กับเพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทควรทราบ
 
3.4 การประชุมของคณะกรรมการบริษัท
 
  1. กำหนดให้มีการประชุมโดยปกติเป็นประจำอย่างน้อยทุก 3 เดือน โดยอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มตามความจำเป็น พร้อมกับให้ฝ่ายบริหารจัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอให้คณะกรรมการบริษัททราบเป็นรายเดือน

  2. ในการประชุมแต่ละครั้ง จะกำหนดวาระการประชุมล่วงหน้าอย่างชัดเจนและจะส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมล่วงหน้าเป็นอย่างน้อย 10 วัน ก่อนการประชุม กับจะส่งเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมีเวลาศึกษาก่อนเข้าประชุม

  3. กรรมการที่อาจมีความเกี่ยวข้องหรืออาจมีส่วนได้ส่วนเสียในวาระการประชุมใดๆ ก็ตาม ต้องงดแสดงความคิดเห็น และงดออกเสียงในวาระนั้นๆ

  4. กรรมการที่มิได้เป็นผู้บริหารจะประชุมระหว่างกันเองปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการโดยไม่มีฝ่ายบริหารร่วมด้วย พร้อมกับแจ้งผลการประชุมให้กรรมการผู้จัดการได้ทราบด้วย

  5. จัดให้มีเลขานุการบริษัท เพื่อทำหน้าที่อำนวยการจัดการประชุมทั้งการประชุมผู้ถือหุ้นและการประชุมคณะกรรมการบริษัท รวมถึงคณะกรรมการชุดย่อย กับเพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่คณะกรรมการบริษัทควรทราบ
 
3.5 คณะกรรมการชุดย่อย
 
เพื่อให้การดำเนินงานของ คณะกรรมการบริษัท เป็นไปด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการบริษัทจึงได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยขึ้น 5 คณะ ดังนี้
 
  1. คณะกรรมการบริหาร แต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทจำนวนอย่างน้อย 3 คน แต่ไม่เกิน 5 คน เพื่อทำหน้าที่แบ่งเบาภาระของคณะกรรมการบริษัทในส่วนที่เป็นงานบริหารจัดการและงานประจำที่เกินอำนาจหน้าที่ของกรรมการผู้จัดการ ทั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทมีเวลามากขึ้นกับงานในเชิงนโยบายและงานกำกับดูแลฝ่ายบริหาร

  2. คณะกรรมการตรวจสอบ แต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทจำนวนอย่างน้อย 3 คน โดยทั้งหมดต้องเป็นกรรมการอิสระตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ในข้อ 3.2 และอย่างน้อย 1 คนต้องมีความรู้ด้านบัญชี และ/หรือการเงิน เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงกำกับดูแลรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายใน การคัดเลือกผู้ตรวจสอบบัญชี และการพิจารณาข้อขัดแย้งทางผลประโยชน์

  3. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน แต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท จำนวนอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คนต้องเป็นกรรมการอิสระ ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานฯ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการ รวมถึงคัดเลือกบุคคลตามกระบวนการสรรหาที่ได้กำหนดไว้อย่างโปร่งใส รวมถึงจัดให้มีแผนการสืบทอดงานสำหรับตำแหน่งสำคัญของฝ่ายบริหาร กับเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาและพิจารณาค่าตอบแทนสำหรับกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บนพื้นฐานของความเป็นธรรมและความทัดเทียมกับบริษัทอื่นในธุรกิจเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบเพื่อเสนอต่อผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติแล้วแต่กรณี

  4. คณะกรรมการบรรษัทภิบาล แต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทจำนวนอย่างน้อย 3 คน โดยส่วนใหญ่ต้องเป็นกรรมการอิสระ กับต้องมีกรรมการอิสระปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานฯ เพื่อทำหน้าที่เสนอแนวทางปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีต่อคณะกรรมการบริษัท รวมถึงทบทวนและปรับปรุงแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ

  5. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง แต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทจำนวนอย่างน้อย 3 คน และอย่างน้อย 1 คนต้องเป็นกรรมการอิสระ โดยมีกรรมการอิสระปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานฯ เพื่อกำหนดนโยบายด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Policy) โดยรวมของบริษัทฯ พร้อมทั้งมอบหมายให้ ฝ่ายบริหารเป็นผู้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว รวมถึงพัฒนาและทบทวนระบบการจัดการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการประเมินผลและติดตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเสม่ำเสมอ กับจัดให้มีรายงานความเสี่ยงและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทปีละ 1 ครั้ง

อนึ่ง เพื่อให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยมีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง จึงกำหนดให้ประธานคณะกรรมการไม่เป็นประธานหรือสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อยใดๆ

 
3.6 การประเมินตนเอง
 
เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท ได้ร่วมการพิจารณาและทบทวนผลงาน รวมถึงปัญหาอุปสรรคสำหรับการนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป จึงกำหนดให้คณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทโดยรวมด้วยตนเองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
 
3.7 ค่าตอบแทน
 
  1. คณะกรรมการบริษัท จะพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและสมเหตุสมผล เมื่อเปรียบเทียบกับระดับที่ปฏิบัติอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน รวมถึงประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบของกรรมการแต่ละคน ตลอดจนหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าเป็นสมาชิกของคณะกรรมการชุดย่อยด้วย แล้วนำเสนอขอรับการอนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น

  2. ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูง จะต้องรายงานไว้ในรายงานประจำปีและงบการเงินของบริษัทฯ
 
4. สิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น
 
4.1 สิทธิของผู้ถืหุ้น
 
คณะกรรมการบริษัท ตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นในการได้รับข้อมูลของบริษัทฯ ที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และเท่าเทียมกัน สำหรับประกอบการตัดสินใจในการประชุมผู้ถือหุ้น
 
4.2  ความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น
 
  1. ผู้ถือหุ้นทุกราย จะได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันและเป็นธรรม

  2. คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนด “แนวทางการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน” เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัทฯ ได้ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับการไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

  3. กรรมการและผู้บริหาร ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้ส่วนเสียของตนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทสามารถพิจารณาธุรกรรมของบริษัทฯ ที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ และสามารถตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์โดยรวมของบริษัทฯ ได้
 
4.3 การประชุมผู้ถือหุ้น
 
  1. คณะกรรมการบริษัท จะเลือกสถานที่ และจัดเวลาประชุมที่เหมาะสมและอำนวยความสะดวกต่อผู้ถือหุ้นในการเข้าประชุม ตลอดจนปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

  2. คณะกรรมการบริษัท จะจัดส่งหนังสือเชิญประชุม พร้อมวาระการประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน โดยในแต่ละวาระการประชุม จะต้องมีความเห็นของคณะกรรมการบริษัทประกอบ

  3. ประธานที่ประชุม จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้แสดงความเห็นและตั้งคำถามต่อที่ประชุม ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ อย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งบันทึกประเด็นข้อซักถามและข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้ในรายงานการประชุม

  4. กรรมการทุกคนที่ไม่ติดภารกิจสำคัญเร่งด่วนจะเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นสามารถซักถามประธานคณะกรรมการชุดย่อยในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้

  5. ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมด้วยตนเอง สามารถใช้สิทธิออกเสียงโดยมอบฉันทะให้ผู้อื่น มาประชุมและออกเสียงลงมติแทนได้
 
5. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
 
5.1 คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายในอันได้แก่ ผู้บริหารและพนักงาน
      ของบริษัทฯและบริษัทย่อย หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอกอันได้แก่ คู่แข่ง เจ้าหนี้ ภาครัฐ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง  โดยจะพิจารณาให้มี
      กระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทฯ กับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความสำเร็จ
      ในระยะยาวของบริษัทฯ

5.2 คณะกรรมการบริษัท ควรระบุผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งระบุสิทธิตามกฎหมายของแต่ละกลุ่ม

5.3 คณะกรรมการบริษัท จะจัดให้มีนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งกำกับดูแลให้ฝ่ายบริหาร นำนโยบายดังกล่าวไปดำเนินการให้บรรลุผล
 
6. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
 
6.1 คณะกรรมการบริษัท จะกำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินตาม
      ข้อกำหนดของสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่ง
      ใสโดยผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ซึ่งรวมถึงเว็ปไซต์ของบริษัทฯ

6.2 คณะกรรมการบริษัท จะจัดให้มีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับ “นักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations)”เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสาร
      กับบุคคลภายนอกได้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

6.3 คณะกรรมการบริษัท จะจัดให้มีรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่กับรายงานของผู้ตรวจ
      สอบบัญชี ในรายงานประจำปี พร้อมทั้งเปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย   ตลอดจนจำนวนครั้ง
      ของการประชุมและจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละคนเข้าร่วมประชุม
 
7. การควบคุมและการตรวจสอบภายใน
 
7.1 คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญในการจัดให้มีระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายใน โดยจัดทำคู่มือระเบียบและวิธีปฏิบัติงานเป็น
      ลายลักษณ์อักษร ในเรื่องการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อเป็นการตรวจสอบระหว่างกัน โดยผู้ตรวจสอบภายในสามารถปฏิบัติงาน
      ได้อย่างอิสระและเสนอผลรายงานการตรวจสอบได้อย่างตรงต่อความเป็นจริง รวมถึงการติดตามผลการแก้ไขและปรับปรุงการปฏิบัติงาน
      ของผู้ตรวจสอบ

7.1 ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ต้องมีรายงานการตรวจสอบระบบควบคุมภายในของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะ
       กรรมการบริษัทโดยกรรมการตรวจสอบต้องมีการประชุมทุกไตรมาสก่อนการประชุมคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอรายงานการตรวจสอบ
       ระบบการ ควบคุมภายในต่อคณะกรรมการบริษัท
 
8. การบริหารความเสี่ยง
 
8.1 คณะกรรมการบริษัท จะจัดให้มีนโยบายการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Policy) โดยรวมของบริษัทฯ พร้อมทั้งพัฒนาและ
      ทบทวนระบบการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดให้มีการประเมินผลและติดตามกระบวนการบริหาร
      ความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

8.2 กำกับดูแลให้เกิดความร่วมมือในการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับของบริษัทฯ
 
9. จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจ และจริยธรรมของพนักงาน
 
คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และจริยธรรมของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม ทั้งการปฏิบัติต่อบริษัทฯ ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ผู้ถือหุ้น นักลงทุน สังคม ชุมชน ตลอดจนภาครัฐและประชาชน
 
   
 
   
   
 
  Plug-ins :
Macromedia Flash