จังหวัดนครปฐมและจังหวัดสมุทรสาคร เป็นพื้นที่ที่มีทำเลที่ตั้งเหมาะสมต่อการขยายตัวของเมืองและเศรษฐกิจเนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มน้ำซึ่งเหมาะแก่การคมนาคมขนส่งและการค้าขาย ความเจริญเติบโตของเมืองทั้ง 2 แห่ง ส่งผลให้ชุมชนมีความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการทำเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น ในขณะที่การใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นน้ำบาดาลดังนั้นเมื่อมีการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เป็นปริมาณมากเกินกว่าสมดุลของแหล่งน้ำตามธรรมชาติจึงก่อให้เกิดผลกระทบตามมา ทั้งผลกระทบต่อแหล่งน้ำบาดาลทำให้ระดับน้ำบาดาลลดลง น้ำเค็มหรือน้ำทะเลไหลรุกล้ำเข้ามาแทนที่น้ำจืดในชั้นบาดาล และ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการยุบตัวของผิวดินแผ่นดินทรุด และเกิดน้ำท่วมขัง จากสภาพปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2543 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเรื่องแนวทางและมาตรการในการปรับลดปริมาณการใช้น้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีน้ำประปาบริการได้อย่างเพียงพอ (กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล) เพื่อกำหนดเป็นแนวทางการควบคุมและลดปริมาณการใช้น้ำบาดาลให้อยู่ในภาวะที่สมดุลของแหล่งน้ำ
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้ดำเนินการตอบสนองต่อนโยบายลดการใช้น้ำบาดาลของรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดทำ โครงการโรงผลิตน้ำประปาฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ขึ้น เพื่อให้บริการน้ำประปาแทนน้ำบาดาลในพื้นที่จังหวัดนครปฐมบางส่วนและจังหวัดสมุทรสาคร โดยเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2543 กปภ. |